หมายเหตุ: สถานการณ์ตัวอย่างในบทความนี้เรียบเรียงขึ้นจากรูปแบบคำถามที่ครอบครัวคนไทยติดต่อเข้ามาบ่อยที่สุด ไม่ใช่คดีใดคดีหนึ่งของสำนักงานหรือของศาลใดโดยเฉพาะ

คำพิพากษาถึงที่สุดแล้วไม่ได้แปลว่าเรื่องจบ สำหรับคนไทยที่ต้องโทษจำคุกในเกาหลีใต้ ช่วงหลังคำพิพากษาคือช่วงที่ยังมีเส้นทางเหลืออยู่จริง — การพักการลงโทษ (พาโรล) และการอภัยโทษ/ลดโทษ แต่ทั้งสองเส้นทางนี้ ไม่ใช่สิทธิที่ผู้ต้องโทษเรียกร้องได้ ทั้งคู่เป็นดุลพินิจของฝ่ายบริหาร และเงื่อนไขที่ชี้ขาดผลลัพธ์หลายอย่างถูกกำหนดไว้ตั้งแต่ก่อนคำพิพากษาจะถึงที่สุด

และแม้จะได้ออกจากเรือนจำ คนไทยส่วนใหญ่ก็ยังกลับบ้านไม่ได้ทันที เพราะกฎหมายคนเข้าเมืองของเกาหลีมีขั้นตอนของตัวเองที่เริ่มทำงานตั้งแต่วันที่มีคำสั่งปล่อยตัว

สรุปสาระสำคัญ

พักการลงโทษทำได้เมื่อพ้นกำหนด 1 ใน 3 ของโทษจำคุกมีกำหนด (จำคุกตลอดชีวิตคือ 20 ปี) แต่กฎหมายเขียนว่า “อาจ” ไม่ใช่ “ต้อง” (มาตรา 72 วรรค 1 ประมวลกฎหมายอาญาเกาหลี)

ถ้าศาลลงโทษปรับควบคู่ไปด้วย ต้องชำระค่าปรับให้ครบก่อน จึงจะเข้าเงื่อนไขพักการลงโทษได้ (มาตรา 72 วรรค 2)

การอภัยโทษเฉพาะรายและการลดโทษเฉพาะรายเป็นอำนาจของประธานาธิบดี และผู้ต้องโทษหรือครอบครัวไม่ใช่ผู้มีอำนาจยื่นเรื่องเอง (พ.ร.บ.อภัยโทษ มาตรา 9, 10, 11)

เมื่อมีคำสั่งปล่อยตัว เรือนจำมีหน้าที่แจ้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองโดยไม่ชักช้า (พ.ร.บ.คนเข้าเมือง มาตรา 84 วรรค 2 (1))

ผู้ที่ถูกพิพากษาลงโทษจำคุกขึ้นไปและได้รับการปล่อยตัว เป็นบุคคลที่อยู่ในข่ายถูกสั่งส่งกลับ (พ.ร.บ.คนเข้าเมือง มาตรา 46 วรรค 1 (13)) และอาจถูกกักตัวไว้ระหว่างรอส่งกลับ (มาตรา 63)

“พ้น 1 ใน 3 แล้ว ทำไมยังไม่ได้ออก”

นี่คือคำถามที่ครอบครัวในไทยถามบ่อยที่สุด และคำตอบอยู่ในถ้อยคำของกฎหมายเอง

มาตรา 72 วรรคหนึ่ง ประมวลกฎหมายอาญาเกาหลี กำหนดว่า ผู้ซึ่งอยู่ระหว่างรับโทษจำคุก หากมีความประพฤติดีและมีความสำนึกผิดอย่างชัดแจ้ง เมื่อพ้นกำหนด 20 ปีสำหรับโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือพ้นกำหนด 1 ใน 3 ของกำหนดโทษสำหรับโทษจำคุกมีกำหนด “อาจ” ได้รับการพักการลงโทษโดยคำสั่งทางปกครอง

ถ้อยคำสองจุดนี้เปลี่ยนความหมายทั้งหมด จุดแรกคือ “ความประพฤติดีและสำนึกผิดอย่างชัดแจ้ง” ซึ่งไม่ใช่ตัวเลข แต่เป็นการประเมิน จุดที่สองคือคำว่า “อาจ” — การพ้น 1 ใน 3 เป็นเพียง ประตูที่เปิดให้พิจารณา ไม่ใช่เงื่อนไขที่พอแล้ว ครอบครัวจำนวนมากเข้าใจว่าเมื่อครบกำหนดแล้วจะได้ออกโดยอัตโนมัติ ความเข้าใจนี้ทำให้เสียเวลาสำคัญไปหลายเดือน

สิ่งที่คณะกรรมการพิจารณาจริงถูกเขียนไว้ในมาตรา 121 วรรคสอง พระราชบัญญัติว่าด้วยการบังคับโทษและการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง ได้แก่ อายุ มูลเหตุจูงใจในการกระทำความผิด ฐานความผิด กำหนดโทษ ผลการปฏิบัติในเรือนจำ สภาพร่างกาย ความสามารถในการดำรงชีพหลังพักการลงโทษ สภาพแวดล้อมในการใช้ชีวิต และความเสี่ยงในการกระทำผิดซ้ำ

สองรายการที่เน้นไว้คือจุดที่คนต่างชาติเสียเปรียบโดยโครงสร้าง เพราะเป็นคำถามที่ตอบยากเมื่อผู้ต้องโทษไม่มีที่อยู่ ไม่มีผู้รับรอง และไม่มีฐานการดำรงชีพในเกาหลี

ค่าปรับที่ศาลสั่งควบคู่ไปด้วย: กำแพงที่ครอบครัวมักไม่ทราบ

มาตรา 72 วรรคสอง เขียนไว้ตรง ๆ ว่า ในกรณีที่มีการลงโทษปรับหรือค่าปรับเล็กน้อยควบคู่ไปด้วย ต้องชำระเงินจำนวนนั้นให้ครบถ้วน

ในคดีที่ศาลลงโทษจำคุกพร้อมโทษปรับ ข้อนี้กลายเป็นเงื่อนไขที่ต้องจัดการล่วงหน้า ไม่ใช่เรื่องที่ค่อยคิดเมื่อใกล้ครบกำหนด และเป็นเหตุผลว่าทำไมครอบครัวควรทราบตั้งแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุดว่าคำพิพากษานั้นสั่งอะไรไว้บ้าง ไม่ใช่เพียงจำนวนปี

มาตรา 73 วรรคหนึ่ง มีข้อที่เป็นคุณอยู่ข้อหนึ่ง คือ จำนวนวันที่ถูกควบคุมตัวก่อนศาลมีคำพิพากษาและถูกนับรวมเข้าในกำหนดโทษแล้ว ให้นับรวมเป็นระยะเวลาที่ได้รับโทษไปแล้วในการพิจารณาพักการลงโทษด้วย สำหรับคนต่างชาติที่มักถูกควบคุมตัวตลอดชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณา ระยะเวลาส่วนนี้ไม่ใช่จำนวนน้อย

ได้พักการลงโทษแล้ว ยังไม่ใช่การพ้นโทษ

ความเข้าใจผิดที่มีราคาแพงที่สุดคือการคิดว่าพักการลงโทษเท่ากับพ้นโทษ ตามกฎหมายเกาหลี ยังไม่ใช่

ประเด็น สิ่งที่กฎหมายกำหนด ฐานกฎหมาย
ระยะเวลาพักการลงโทษ จำคุกตลอดชีวิต 10 ปี / จำคุกมีกำหนด เท่ากับโทษที่เหลือ แต่ไม่เกิน 10 ปี ป.อาญา ม.73/2 วรรค 1
การคุมประพฤติ อยู่ภายใต้การคุมประพฤติตลอดระยะเวลาพักการลงโทษ เว้นแต่หน่วยงานผู้อนุญาตเห็นว่าไม่จำเป็น ป.อาญา ม.73/2 วรรค 2
การสิ้นผล หากกระทำความผิดโดยเจตนาในระหว่างพักการลงโทษ และถูกพิพากษาลงโทษจำคุกขึ้นไปจนคดีถึงที่สุด การพักการลงโทษสิ้นผล ป.อาญา ม.74
การเพิกถอน ฝ่าฝืนระเบียบว่าด้วยการกำกับดูแล หรือฝ่าฝืนเงื่อนไขการคุมประพฤติในระดับร้ายแรง อาจถูกเพิกถอนได้ ป.อาญา ม.75
ผลเมื่อครบกำหนด หากพ้นระยะเวลาโดยไม่สิ้นผลและไม่ถูกเพิกถอน ถือว่าการบังคับโทษสิ้นสุดลง ป.อาญา ม.76 วรรค 1
ผลเมื่อถูกเพิกถอน จำนวนวันที่อยู่ระหว่างพักการลงโทษ ไม่นับรวมเข้าในกำหนดโทษ ป.อาญา ม.76 วรรค 2

แถวสุดท้ายคือความเสี่ยงที่ควรอ่านซ้ำ เวลาที่ใช้ไปนอกเรือนจำระหว่างพักการลงโทษจะไม่ถูกนับเป็นโทษที่รับไปแล้ว หากการพักการลงโทษถูกเพิกถอน กล่าวอีกอย่างคือ การพักการลงโทษไม่ได้ทำให้โทษสั้นลง แต่เปลี่ยนสถานที่รับโทษโดยมีเงื่อนไขกำกับ

การอภัยโทษและลดโทษ: ไม่ใช่เรื่องที่ยื่นเองได้

ครอบครัวจำนวนมากเข้าใจว่าการอภัยโทษเป็นคำร้องที่ผู้ต้องโทษหรือญาติยื่นได้เหมือนคำร้องอื่น ตามกฎหมายเกาหลี ไม่ใช่

พระราชบัญญัติอภัยโทษ มาตรา 3 (2) กำหนดว่าผู้อยู่ในข่ายอภัยโทษเฉพาะรายและลดโทษเฉพาะรายคือ “ผู้ซึ่งถูกพิพากษาลงโทษ” มาตรา 9 กำหนดว่าอำนาจนี้เป็นของประธานาธิบดี และมาตรา 10 กำหนดว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นผู้เสนอต่อประธานาธิบดี โดยต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาอภัยโทษก่อน

ส่วนจุดเริ่มต้นของกระบวนการอยู่ในมาตรา 11 ซึ่งกำหนดว่า อัยการสูงสุดอาจขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเสนอเรื่อง โดยอาศัยอำนาจของตนเอง หรือโดยรายงานของพนักงานอัยการผู้สั่งบังคับโทษ หรือรายงานของผู้บัญชาการเรือนจำที่ผู้ต้องโทษถูกคุมขังอยู่

หมายความว่าเส้นทางนี้เริ่มจากภายในระบบ ไม่ได้เริ่มจากคำร้องของครอบครัว และผลของแต่ละรูปแบบก็ต่างกัน — การอภัยโทษเฉพาะรายมีผลให้ การบังคับโทษได้รับการยกเว้น ส่วนการลดโทษเฉพาะรายมีผลให้ การบังคับโทษได้รับการผ่อนเบา (มาตรา 5 วรรค 1 (2) และ (4)) และไม่ว่ากรณีใด ผลที่เกิดขึ้นแล้วจากคำพิพากษาไม่เปลี่ยนแปลง (มาตรา 5 วรรค 2)

เรื่องการโอนตัวผู้ต้องโทษกลับไปรับโทษที่ประเทศบ้านเกิดเป็นอีกกรอบกฎหมายหนึ่งซึ่งต้องมีความตกลงระหว่างประเทศรองรับ ความเป็นไปได้ในแต่ละกรณีจึงต้องตรวจสอบสถานะความตกลงที่ใช้บังคับอยู่ ณ เวลานั้นเป็นรายกรณี ไม่อาจสรุปล่วงหน้าได้

ออกจากเรือนจำแล้ว ทำไมยังกลับไทยไม่ได้

นี่คือช่วงที่ครอบครัวไม่ได้เตรียมใจไว้ และเป็นช่วงที่สร้างความสับสนมากที่สุด

พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง มาตรา 84 วรรคสอง (1) กำหนดว่า ผู้บัญชาการเรือนจำ เรือนจำเยาวชน สถานกักขัง และหน่วยงานในสังกัด มีหน้าที่แจ้งหัวหน้าสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและคนต่างด้าวประจำท้องที่ โดยไม่ชักช้า เมื่อคนต่างชาติผู้นั้นได้รับคำสั่งปล่อยตัวเนื่องจากครบกำหนดโทษ การทุเลาการบังคับโทษ หรือเหตุอื่น

และมาตรา 46 วรรคหนึ่ง (13) ระบุว่า ผู้ซึ่งถูกพิพากษาลงโทษจำคุกขึ้นไปและได้รับการปล่อยตัว เป็นบุคคลในข่ายที่หัวหน้าสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองอาจสั่งส่งกลับออกนอกราชอาณาจักรได้

ผลในทางปฏิบัติคือ วันที่ประตูเรือนจำเปิด มักไม่ใช่วันที่เดินทางกลับบ้าน แต่เป็นวันที่กระบวนการตรวจคนเข้าเมืองเริ่มต้น

มาตรา 63 วรรคหนึ่ง กำหนดว่า หากผู้ถูกคำสั่งส่งกลับไม่มีหนังสือเดินทาง หรือยังไม่มีพาหนะเดินทาง หรือด้วยเหตุอื่นที่ทำให้ส่งกลับทันทีไม่ได้ อาจถูกกักตัวไว้ในสถานกักตัวได้ภายในกำหนด 2 เดือน จนกว่าจะส่งกลับได้ และวรรคสองกำหนดว่า หากพ้น 2 เดือนแล้วยังส่งกลับไม่ได้ อาจขยายระยะเวลาได้ครั้งละไม่เกิน 3 เดือน โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกักตัวคนต่างด้าวล่วงหน้า และ ระยะเวลากักตัวรวมทั้งสิ้นต้องไม่เกิน 9 เดือน (มีข้อยกเว้นเฉพาะกรณีตามที่กฎหมายกำหนดซึ่งขยายได้จนถึงรวม 20 เดือน)

เอกสารเดินทางที่หมดอายุระหว่างรับโทษหลายปีจึงไม่ใช่เรื่องเล็ก และเป็นเหตุผลว่าทำไมการเตรียมเรื่องเอกสารและการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเริ่มก่อนวันปล่อยตัว ไม่ใช่หลังจากนั้น

ส่วนคำถามที่ตามมาเสมอ — จะกลับเข้าเกาหลีได้อีกหรือไม่ — เป็นการพิจารณาคนละชั้นกับคำสั่งส่งกลับ พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง มาตรา 11 วรรคหนึ่ง ให้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมห้ามคนต่างชาติเข้าเมืองในกรณีที่กฎหมายกำหนดไว้เป็นข้อ ๆ การถูกส่งกลับจึงไม่อาจสรุปโดยอัตโนมัติว่ามีผลเป็นการห้ามเข้าเมืองถาวรเสมอไป แต่ก็ไม่อาจสรุปในทางกลับกันได้เช่นกัน ต้องพิจารณาจากฐานความผิด กำหนดโทษ และข้อเท็จจริงของแต่ละราย

เวลาที่เหลือ กับสิ่งที่ตัดสินผลจริง

ภาพรวมของช่วงหลังคำพิพากษาจึงเป็นดังนี้

ช่วงเวลา สิ่งที่กำลังถูกตัดสิน ผู้มีอำนาจตัดสิน
ระหว่างรับโทษ ผลการปฏิบัติในเรือนจำ สภาพแวดล้อมและความสามารถในการดำรงชีพหลังปล่อยตัว การชำระโทษปรับที่ศาลสั่งควบคู่ ผู้บัญชาการเรือนจำ (ผู้ยื่นเรื่องพิจารณา) — ป.บังคับโทษฯ ม.121 วรรค 1
ชั้นพิจารณาพักการลงโทษ ความเหมาะสมในการพักการลงโทษ คณะกรรมการพิจารณาพักการลงโทษ สังกัดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม — ป.บังคับโทษฯ ม.119
ชั้นอนุญาต อนุญาตหรือไม่อนุญาต (คณะกรรมการต้องยื่นขออนุญาตภายใน 5 วันนับแต่มีมติว่าเหมาะสม) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม — ป.บังคับโทษฯ ม.122
เมื่อมีคำสั่งปล่อยตัว การแจ้งตรวจคนเข้าเมือง และการดำเนินการส่งกลับ เรือนจำ / สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง — พ.ร.บ.คนเข้าเมือง ม.84 วรรค 2, ม.46 วรรค 1 (13)

สิ่งที่ตารางนี้แสดงคือ ไม่มีขั้นตอนใดเลยที่ผู้ต้องโทษหรือครอบครัวเป็นผู้ตัดสิน ทุกขั้นเป็นดุลพินิจของหน่วยงาน และแต่ละขั้นมีกรอบเวลาของตัวเองที่เดินหน้าไปโดยไม่รอ

สำหรับครอบครัวคนไทยที่อยู่ห่างออกไปหลายพันกิโลเมตร ปัญหาไม่ใช่แค่ระยะทาง แต่คือการที่ข้อมูลไปถึงช้ากว่ากรอบเวลาของระบบเสมอ กว่าจะทราบว่าคำพิพากษาสั่งอะไรไว้บ้าง กว่าจะทราบว่าเอกสารเดินทางหมดอายุ กว่าจะทราบว่าเงื่อนไขข้อใดยังไม่ครบ — รอบการพิจารณาที่ควรทันก็ผ่านไปแล้ว

นี่คือเหตุผลที่คดีลักษณะนี้ต้องมีผู้ที่อ่านสำนวนภาษาเกาหลีได้ ติดต่อหน่วยงานได้โดยตรง และเข้าใจว่าสิ่งใดตัดสินในชั้นใด ไม่ใช่เพราะขั้นตอนซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบาย แต่เพราะระยะเวลาที่มีให้แก้ไขนั้นสั้นและไม่ย้อนกลับ

หากญาติของท่านยังอยู่ในชั้นสอบสวนหรือชั้นพิจารณาของศาล สิ่งที่ต้องเร่งจัดการเป็นคนละเรื่องกับบทความนี้ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ การต่อสู้คดียาเสพติดสำหรับชาวต่างชาติในเกาหลี

คำถามที่พบบ่อย

ต้องรับโทษไปเท่าไรจึงจะเข้าเงื่อนไขพักการลงโทษในเกาหลี

ตามมาตรา 72 วรรคหนึ่ง ประมวลกฎหมายอาญาเกาหลี คือพ้นกำหนด 1 ใน 3 ของกำหนดโทษสำหรับโทษจำคุกมีกำหนด และพ้นกำหนด 20 ปีสำหรับโทษจำคุกตลอดชีวิต โดยต้องมีความประพฤติดีและความสำนึกผิดอย่างชัดแจ้งด้วย อย่างไรก็ตาม กฎหมายใช้คำว่า “อาจ” การครบกำหนดจึงเป็นเพียงเงื่อนไขให้เข้าสู่การพิจารณา ไม่ใช่สิทธิที่จะได้รับการปล่อยตัว นอกจากนี้ จำนวนวันที่ถูกควบคุมตัวก่อนคำพิพากษาและถูกนับรวมในกำหนดโทษแล้ว ให้นับรวมเป็นระยะเวลาที่รับโทษไปแล้วด้วย (มาตรา 73 วรรคหนึ่ง)

ถ้าศาลสั่งลงโทษปรับควบคู่กับจำคุก จะมีผลต่อการพักการลงโทษหรือไม่

มีผลโดยตรง มาตรา 72 วรรคสอง กำหนดว่า ในกรณีที่มีการลงโทษปรับหรือค่าปรับเล็กน้อยควบคู่ไปด้วย ต้องชำระเงินจำนวนนั้นให้ครบถ้วน จึงเป็นเงื่อนไขที่ควรตรวจสอบตั้งแต่เมื่อคำพิพากษาถึงที่สุด ไม่ใช่เมื่อใกล้ครบกำหนด 1 ใน 3

พ้นโทษหรือได้พักการลงโทษแล้ว จะเดินทางกลับประเทศไทยได้ทันทีหรือไม่

โดยทั่วไปไม่ทันที เมื่อมีคำสั่งปล่อยตัว เรือนจำมีหน้าที่แจ้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองโดยไม่ชักช้า (พ.ร.บ.คนเข้าเมือง มาตรา 84 วรรคสอง (1)) และผู้ที่ถูกพิพากษาลงโทษจำคุกขึ้นไปแล้วได้รับการปล่อยตัวอยู่ในข่ายถูกสั่งส่งกลับตามมาตรา 46 วรรคหนึ่ง (13) หากส่งกลับทันทีไม่ได้ เช่น ไม่มีหนังสือเดินทางหรือยังไม่มีพาหนะเดินทาง อาจถูกกักตัวไว้ในสถานกักตัวได้ภายในกำหนด 2 เดือน และขยายได้ครั้งละไม่เกิน 3 เดือนโดยรวมไม่เกิน 9 เดือน (มาตรา 63 วรรคหนึ่งและวรรคสอง)

ปรึกษาเป็นภาษาไทย

หากญาติของท่านต้องโทษอยู่ในเกาหลีและใกล้ถึงกำหนดที่เกี่ยวข้อง หรือท่านไม่ทราบว่าคำพิพากษาสั่งอะไรไว้บ้าง สำนักงานสามารถตรวจสอบสถานะและอธิบายให้ทราบว่าขั้นตอนใดกำลังเดินอยู่ และเหลือเวลาเท่าใด

LINE (ภาษาไทย): @243hjkda

อีเมล: info@leesunsin.com


ผู้เขียน: ทนายความ คิม พยองโฮ (김평호) — สำนักงานกฎหมายยอแฮ (여해법률사무소) ผู้สอบผ่านการสอบตุลาการแห่งสาธารณรัฐเกาหลี (사법시험) ตั้งแต่ปี 2014 สั่งสมประสบการณ์คดีทุกสาขากว่า 500 คดี ที่อยู่สำนักงาน: 16 Beopwon-ro ห้อง 406 (Seocho-dong อาคาร Jeonggok) เขตซอโช กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับกฎหมายเกาหลี ณ วันที่เผยแพร่ ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับคดีใดคดีหนึ่ง ผลของแต่ละคดีขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงเฉพาะราย

ทนายความ คิม พย็อง-โฮ (Kim Pyoung-ho)
ทนายความ คิม พย็อง-โฮ (Kim Pyoung-ho)
เนติบัณฑิตยสภาเกาหลี · สถาบันฝึกอบรมตุลาการ รุ่นที่ 43 · รางวัลทนายความดีเด่นปี 2021 · ดูแลคดีสะสมกว่า 500 คดีตั้งแต่ปี 2014