หมายเหตุ: เรื่องราวในบทความนี้เรียบเรียงขึ้นใหม่จากคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ซูวอน คดีหมายเลข 2025노123 ลงวันที่ 28 พฤษภาคม 2025 โดยตัดข้อมูลที่ระบุตัวบุคคลออกทั้งหมด ไม่ใช่คดีของสำนักงาน และไม่ใช่การรับประกันผลของคดีใดคดีหนึ่ง

“ผมไม่รู้ว่าในกล่องมีอะไร” ไม่ใช่ข้อต่อสู้ที่ศาลเกาหลีรับฟังโดยอัตโนมัติ กฎหมายอาญาเกาหลีไม่ได้เรียกร้องว่าผู้กระทำต้องรู้แน่ชัดว่าของกลางเป็นยาเสพติดชนิดใด มีน้ำหนักเท่าใด หรือราคาเท่าไร เพียงแค่ เล็งเห็นความเป็นไปได้ว่าของนั้นอาจเป็นยาเสพติด แล้วยังยอมรับผลนั้นและลงมือทำ ก็เพียงพอที่จะถือว่ามีเจตนาแล้ว หลักนี้ในกฎหมายเกาหลีเรียกว่า เจตนาโดยอ้อม (미필적 고의) ซึ่งใกล้เคียงกับ “เจตนาโดยย่อมเล็งเห็นผล” ตามประมวลกฎหมายอาญาไทย มาตรา 59 วรรคสอง และเป็นเหตุผลที่ทำให้คดีของคนไทยที่ “แค่ไปรับพัสดุให้เขา” จบลงด้วยโทษจำคุกจริงหลายปี

สรุปสาระสำคัญ

การ “รับ” และการ “ครอบครอง” ยาเสพติดเป็นความผิดสำเร็จในตัวเอง ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ซื้อ ผู้ขาย หรือผู้เสพ

เจตนาโดยอ้อมก็เพียงพอ — ศาลอุทธรณ์ซูวอน คดี 2025노123 (28 พ.ค. 2025) พิพากษายืนโทษจำคุก 3 ปี ทั้งที่จำเลยยืนยันว่าไม่รู้ว่ากล่องมีอะไรและไม่รู้ราคา

มูลค่าเปลี่ยนโทษขั้นต่ำทั้งหมด — ยาเสพติดมูลค่าตั้งแต่ 5 ล้านวอนขึ้นไปเข้ามาตรา 11 พ.ร.บ.เพิ่มโทษความผิดอาญาบางประเภท และโทษขั้นต่ำกระโดดขึ้นทันที

แม้ในกล่องไม่มียาเสพติดจริง ก็ยังมีความผิดตามมาตรา 9 พ.ร.บ.พิเศษว่าด้วยการป้องกันการค้ายาเสพติดโดยผิดกฎหมาย

นอกจากโทษจำคุกยังมีการริบและการเรียกเก็บมูลค่าแทน (มาตรา 67 พ.ร.บ.การจัดการยาเสพติด) ซึ่งเป็นภาระที่ยังอยู่แม้พ้นโทษแล้ว

งานที่ดูไม่เหมือนอาชญากรรม

รูปแบบที่ครอบครัวคนไทยเล่าให้ฟังซ้ำ ๆ มีโครงเดียวกันเกือบทั้งหมด มีคนติดต่อผ่านแอปแชท เสนอค่าจ้างหลักหมื่นถึงหลักแสนวอนสำหรับงานที่ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง คือไปรับกล่องพัสดุที่จุดหนึ่ง แล้วนำไปวางไว้อีกจุดหนึ่ง ไม่ต้องขาย ไม่ต้องเจอใคร ไม่ต้องเสพ ผู้รับงานจำนวนมากเป็นคนที่วีซ่าใกล้หมด งานหาย หรือเพิ่งเข้าประเทศได้ไม่นาน

ปัญหาคือกฎหมายเกาหลีไม่ได้มองบทบาทนี้ว่าเป็น “งานส่งของ” พระราชบัญญัติการจัดการยาเสพติด (마약류 관리에 관한 법률) แยกการกระทำออกเป็นหลายฐานความผิดที่เป็นอิสระต่อกัน ได้แก่ การนำเข้า-ส่งออก การผลิต การซื้อขาย การเป็นนายหน้า การรับมอบ (수수) การครอบครอง (소지) การขนส่ง และการเสพ ผู้ที่ไปรับกล่องจึงไม่ได้อยู่นอกบัญชี แต่ตกอยู่ในฐาน “รับมอบ” และ “ครอบครอง” ตั้งแต่วินาทีที่หยิบกล่องขึ้นมา

และเพราะโครงสร้างของกฎหมายเป็นแบบนี้ อัตราโทษจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าผู้ถูกกล่าวหา “ได้ประโยชน์” มากน้อยแค่ไหน ค่าจ้าง 300,000 วอนกับกำไรของผู้จัดหาหลายสิบล้านวอน อยู่ภายใต้กรอบโทษเดียวกันได้ หากชนิดและมูลค่าของสารตรงกัน

ลักษณะการกระทำ ฐานความผิด อัตราโทษตามกฎหมาย
นำเข้า-ส่งออก / ผลิต / ซื้อขายยาเสพติดและวัตถุออกฤทธิ์กลุ่มร้ายแรง มาตรา 58 วรรคหนึ่ง จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป
กระทำเพื่อแสวงหากำไร หรือกระทำเป็นอาจิณ มาตรา 58 วรรคสอง ประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป
ครอบครอง / รับมอบ / ขนส่งยาเสพติด (กลุ่มมาตรา 59) มาตรา 59 วรรคหนึ่ง จำคุกตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป
รับมอบ / ครอบครอง / จำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ตามมาตรา 2 (3) ข และ ค เช่น MDMA มาตรา 60 วรรคหนึ่ง (2) จำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 100 ล้านวอน
ครอบครอง / ขนส่ง / เสพกัญชา มาตรา 61 วรรคหนึ่ง จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 50 ล้านวอน

มาตรา 58 วรรคสามยังกำหนดให้ ผู้พยายามกระทำความผิดต้องรับโทษ และวรรคสี่กำหนดโทษสำหรับ การตระเตรียมหรือสมคบ ไว้ถึงจำคุกไม่เกิน 10 ปี กล่าวคือ แม้แผนจะยังไม่สำเร็จ ก็ไม่ได้แปลว่าไม่มีความผิด

คดีที่ศาลอุทธรณ์ซูวอนตัดคำว่า “ไม่รู้” ทิ้ง

คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ซูวอน คดีหมายเลข 2025노123 ลงวันที่ 28 พฤษภาคม 2025 เป็นตัวอย่างที่ชัดที่สุดของเส้นแบ่งนี้ ข้อเท็จจริงที่ศาลรับฟังมีดังนี้

ในวันแรก จำเลยได้รับคำสั่งจากบุคคลที่ไม่ทราบชื่อให้ไปเก็บกล่องพัสดุระหว่างประเทศที่ถูกวางทิ้งไว้ ณ จุดนัดหมาย จำเลยไม่เคยพบผู้วางกล่องมาก่อนและไม่ได้รับมอบกล่องจากมือของใคร เมื่อนำกลับที่พักและแกะออก พบว่าเป็นของเล่น จำเลยจึงโยนทิ้งไว้ ในวันถัดมาจำเลยไปเก็บกล่องพัสดุระหว่างประเทศอีกกล่องหนึ่งด้วยวิธีเดียวกัน กล่องนั้นบรรจุ MDMA จำนวน 842 เม็ด มูลค่าที่ศาลคำนวณได้คือ 25,260,000 วอน

ในชั้นอุทธรณ์ จำเลยต่อสู้สองประเด็น ประเด็นแรกคือกล่องของเล่นไม่ใช่ “ยาหรือสิ่งของอื่น” ตามมาตรา 9 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติพิเศษว่าด้วยการป้องกันการค้ายาเสพติดโดยผิดกฎหมาย (마약류 불법거래 방지에 관한 특례법) และประเด็นที่สองคือจำเลยไม่ได้รับรู้ว่ายาเสพติดในกล่องมีมูลค่าเกิน 5 ล้านวอน จึงไม่ควรถูกเพิ่มโทษตามฐานมูลค่า

ศาลอุทธรณ์ยกข้อต่อสู้ทั้งสองประเด็น ในประเด็นแรก ศาลวินิจฉัยว่าคำว่า “สิ่งของอื่น” ตามมาตรา 9 วรรคสอง ไม่ได้จำกัดเฉพาะสิ่งที่มีรูปลักษณ์เหมือนยา แต่ครอบคลุมถึงสิ่งของที่ผู้กระทำรับรู้ว่ามียาเสพติดบรรจุอยู่ภายในด้วย เพราะการบรรจุและห่อหุ้มเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นในกระบวนการลำเลียงอยู่แล้ว ในประเด็นที่สอง ศาลวินิจฉัยว่าแม้จำเลยจะไม่ทราบชนิดและราคาที่แน่นอนของสาร แต่เมื่อรับรู้ว่าเป็นการลำเลียงยาเสพติดผ่านพัสดุระหว่างประเทศ ซึ่งโดยสภาพย่อมมีปริมาณไม่น้อย จำเลยย่อมเล็งเห็นความเป็นไปได้ว่ามูลค่าอาจเกิน 5 ล้านวอน และยังยอมรับผลนั้น จึงมีเจตนาโดยอ้อมต่อองค์ประกอบเรื่องมูลค่าครบถ้วน

ผลคือ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลย โทษจำคุก 3 ปีที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้จึงคงอยู่

สิ่งที่คดีนี้บอกไม่ใช่ว่าการปฏิเสธไร้ความหมาย แต่คือ คำปฏิเสธเพียงลำพังไม่ได้ทำงานในระบบกฎหมายเกาหลี ศาลไม่ได้ถามว่าผู้ถูกกล่าวหาพูดว่าอะไร แต่ประเมินจากพฤติการณ์แวดล้อมทั้งหมดว่าในขณะนั้นบุคคลนั้น “เล็งเห็นและยอมรับ” ความเป็นไปได้หรือไม่ ซึ่งเป็นการประเมินที่ซับซ้อนและต้องอาศัยการอ่านสำนวนทั้งเล่มเป็นภาษาเกาหลี

ตัวเลข 5 ล้านวอนที่เปลี่ยนคดีทั้งคดี

จุดที่ครอบครัวส่วนใหญ่ไม่ทราบล่วงหน้าคือ ในคดียาเสพติดของเกาหลี มูลค่าของกลางไม่ใช่แค่ปัจจัยประกอบการกำหนดโทษ แต่เป็น องค์ประกอบที่เปลี่ยนฐานความผิดไปอีกฉบับกฎหมายหนึ่ง มาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเพิ่มโทษสำหรับความผิดอาญาบางประเภท (특정범죄 가중처벌 등에 관한 법률) กำหนดไว้ดังนี้

ฐานความผิดเดิม มูลค่า 5–50 ล้านวอน มูลค่าตั้งแต่ 50 ล้านวอนขึ้นไป
มาตรา 58 วรรคหนึ่ง (นำเข้า-ส่งออก ผลิต ฯลฯ ไม่รวมฐานซื้อขายและรับมอบ)
มาตรา 11 วรรคหนึ่ง
จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 7 ปี ขึ้นไป จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 10 ปี ขึ้นไป
มาตรา 59 วรรคหนึ่งถึงวรรคสาม และมาตรา 60
มาตรา 11 วรรคสอง
จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 3 ปี ขึ้นไป จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 7 ปี ขึ้นไป

ให้สังเกตแถวที่สอง การรับมอบวัตถุออกฤทธิ์ตามมาตรา 60 ตามลำพังมีโทษ “จำคุกไม่เกิน 10 ปีหรือปรับ” ซึ่งเปิดช่องให้ลงโทษปรับได้ แต่เมื่อมูลค่าแตะ 5 ล้านวอน กรอบโทษเปลี่ยนเป็น “จำคุกตลอดชีวิตหรือจำคุกตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป” โทษปรับหายไปจากสมการ และเพดานล่างของโทษจำคุกถูกยกขึ้นทันที นี่คือเหตุผลที่จำเลยในคดี 2025노123 ได้รับโทษจำคุก 3 ปี ทั้งที่ไม่ได้เป็นผู้ซื้อ ผู้ขาย หรือผู้เสพ

MDMA 842 เม็ดที่ศาลตีมูลค่าไว้กว่า 25 ล้านวอน เกินเส้น 5 ล้านวอนไปกว่าห้าเท่า ในทางปฏิบัติ พัสดุระหว่างประเทศแทบทุกกล่องที่ถูกใช้ลำเลียงยาเสพติดจะบรรจุปริมาณที่เกินเส้นนี้อยู่แล้ว การไม่ทราบปริมาณล่วงหน้าจึงไม่ได้ทำให้ผู้รับพัสดุอยู่นอกขอบเขตของบทเพิ่มโทษ

แม้ในกล่องไม่มียาเสพติดจริง ก็ยังเป็นความผิด

อีกจุดหนึ่งที่ขัดกับสามัญสำนึกคือ กฎหมายเกาหลีลงโทษแม้ในกรณีที่ของกลางไม่ใช่ยาเสพติดเลย พระราชบัญญัติพิเศษว่าด้วยการป้องกันการค้ายาเสพติดโดยผิดกฎหมายบัญญัติไว้สองวรรค

มาตรา 9 วรรคหนึ่ง — ผู้ใดโดยมีเจตนากระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในส่วนของการนำเข้าหรือส่งออก รับมอบหรือได้มาซึ่งยาหรือสิ่งของอื่นโดยรับรู้ว่าเป็นยาเสพติด แล้วนำเข้าหรือส่งออกสิ่งนั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป

มาตรา 9 วรรคสอง — ผู้ใดโดยมีเจตนากระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในส่วนของการโอน รับโอน หรือครอบครอง โอน รับโอน หรือครอบครองยาหรือสิ่งของอื่นโดยรับรู้ว่าเป็นยาเสพติด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 ล้านวอน

เจตนารมณ์ของบทบัญญัตินี้คือการลงโทษพฤติกรรมที่ส่งเสริมวงจรการค้ายาเสพติด แม้ผลจะเกิดขึ้นไม่ได้เพราะสำคัญผิดในตัวของกลาง ในคดีที่ยกมาข้างต้น กล่องใบแรกที่บรรจุของเล่นถูกเจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจยึดยาเสพติดออกไปก่อนแล้ว จำเลยจึงได้รับเพียงกล่องเปล่ากับของเล่น แต่ศาลยังคงพิพากษาว่าผิดตามมาตรา 9 วรรคสอง

สิ่งที่ยังเหลืออยู่หลังพ้นโทษ

มาตรา 67 แห่งพระราชบัญญัติการจัดการยาเสพติดกำหนดให้ ริบยาเสพติด อุปกรณ์ เงินทุน ยานพาหนะที่ใช้ในการกระทำความผิด และรายได้ที่ได้จากการกระทำนั้นทั้งหมด และหากไม่สามารถริบได้ ให้เรียกเก็บมูลค่าแทน หนี้ตามคำสั่งเรียกเก็บมูลค่านี้ไม่หายไปพร้อมกับการพ้นโทษจำคุก

สำหรับชาวต่างชาติ คำพิพากษาลงโทษในคดียาเสพติดยังอาจเป็นเหตุให้หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาออกคำสั่งทางปกครองแยกต่างหากจากคดีอาญา ซึ่งเป็นการพิจารณาคนละชั้นกับศาล และมีผลต่อสถานะการพำนักและการเดินทางกลับเข้าประเทศเกาหลีในอนาคต บทความ พักการลงโทษในเกาหลี — เหตุใดพ้นโทษแล้วยังกลับไทยไม่ได้ทันที อธิบายช่วงเวลาหลังคำพิพากษาถึงที่สุดไว้โดยละเอียด

เวลาไม่ได้อยู่ข้างครอบครัว

คดีลักษณะนี้เดินเร็วกว่าที่ครอบครัวในประเทศไทยจะตามทัน ข่าวมักไปถึงบ้านหลังจากการสอบสวนเริ่มไปแล้วหลายวัน คำให้การชุดแรกถูกบันทึกไปแล้ว และเอกสารทั้งหมดในสำนวนอยู่ในภาษาเกาหลี ขณะเดียวกันประเด็นที่ชี้ขาดคดี คือเจตนาโดยอ้อมและมูลค่าของกลาง เป็นประเด็นที่ถูกกำหนดกรอบตั้งแต่ชั้นสอบสวน ไม่ใช่ในวันขึ้นศาล

ในคดีที่กรอบโทษเริ่มต้นที่ 3 ปี 7 ปี หรือ 10 ปี ระยะห่างระหว่างการเข้าใจคดีถูกกับเข้าใจผิดไม่ได้วัดเป็นเดือน แต่วัดเป็นปีของชีวิตคน ๆ หนึ่ง การประเมินว่าข้อเท็จจริงของคดีตกอยู่ในฐานความผิดใด และมีช่องทางใดเหลืออยู่บ้าง เป็นงานที่ต้องอ่านสำนวนจริงเป็นภาษาเกาหลี ไม่ใช่สิ่งที่สรุปได้จากบทความ ดูภาพรวมการดำเนินคดีได้ที่หน้า คดียาเสพติดของชาวต่างชาติในเกาหลี และหากผู้ถูกดำเนินคดียังอยู่ในชั้นสอบสวน บทความ ญาติถูกจับคดียาเสพติดที่เกาหลี อธิบายสิ่งที่ครอบครัวควรทราบในช่วงแรก

ปรึกษาเป็นภาษาไทยกับสำนักงานกฎหมายยอแฮ

เรามีทีมล่ามภาษาไทยประจำสำนักงาน และรับคดีอาญาของชาวต่างชาติในเกาหลีเป็นงานหลักด้านหนึ่ง หากคนในครอบครัวของท่านถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติด โปรดติดต่อมาพร้อมข้อมูลเท่าที่ทราบ

▸ LINE: @243hjkda

▸ อีเมล: info@leesunsin.com

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับกฎหมายเกาหลี ณ วันที่เผยแพร่ ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับคดีใดคดีหนึ่ง ผลของแต่ละคดีขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงเฉพาะราย

คำถามที่พบบ่อย

ถ้าไม่รู้จริง ๆ ว่าในกล่องมียาเสพติด ยังมีความผิดหรือไม่
ขึ้นอยู่กับว่าศาลประเมินพฤติการณ์แวดล้อมอย่างไร กฎหมายเกาหลีไม่ได้กำหนดให้ต้องรู้แน่ชัด เจตนาโดยอ้อม (미필적 고의) คือการเล็งเห็นความเป็นไปได้ว่าอาจเป็นยาเสพติดแล้วยังยอมรับผลนั้น ก็เพียงพอแล้ว ในคดีศาลอุทธรณ์ซูวอน 2025노123 (28 พ.ค. 2025) ศาลพิพากษายืนโทษจำคุก 3 ปี ทั้งที่จำเลยยืนยันว่าไม่ทราบชนิดและมูลค่าของสาร

มูลค่าของยาเสพติดมีผลต่อโทษอย่างไร
มีผลถึงขั้นเปลี่ยนกรอบโทษ มาตรา 11 พระราชบัญญัติว่าด้วยการเพิ่มโทษสำหรับความผิดอาญาบางประเภทกำหนดว่า สำหรับความผิดตามมาตรา 59 และมาตรา 60 พ.ร.บ.การจัดการยาเสพติด หากมูลค่าอยู่ระหว่าง 5 ถึง 50 ล้านวอน โทษคือจำคุกตลอดชีวิตหรือจำคุกตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป และหากตั้งแต่ 50 ล้านวอนขึ้นไป โทษคือจำคุกตลอดชีวิตหรือจำคุกตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป ส่วนความผิดตามมาตรา 58 วรรคหนึ่งบางฐาน โทษขั้นต่ำจะเป็น 7 ปีและ 10 ปีตามลำดับ

ถ้าในกล่องไม่มียาเสพติดจริง จะพ้นผิดหรือไม่
ไม่จำเป็นเสมอไป มาตรา 9 วรรคสอง พระราชบัญญัติพิเศษว่าด้วยการป้องกันการค้ายาเสพติดโดยผิดกฎหมาย ลงโทษผู้ที่โอน รับโอน หรือครอบครองยาหรือสิ่งของอื่นโดยรับรู้ว่าเป็นยาเสพติด โดยมีเจตนากระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับไม่เกิน 5 ล้านวอน และหากเป็นกรณีการนำเข้าหรือส่งออกตามวรรคหนึ่ง โทษคือจำคุกตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป

ทนายความ คิม พย็อง-โฮ (Kim Pyoung-ho)
ทนายความ คิม พย็อง-โฮ (Kim Pyoung-ho)
เนติบัณฑิตยสภาเกาหลี · สถาบันฝึกอบรมตุลาการ รุ่นที่ 43 · รางวัลทนายความดีเด่นปี 2021 · ดูแลคดีสะสมกว่า 500 คดีตั้งแต่ปี 2014